Sunday, April 5, 2015

Fashion Update: Top 5 sunglasses Thai brands for this summer.

Summer Fashion: Top 5 sunglasses Thai brands.


ช่วงแดดแรงแบบนี้งานปกป้องดวงตาต้องมา
แว่นกันแดดเป็นไอเทมสามัญประจำหน้าโคตรร้อนที่เหมาะพกติดตัวมาก
ความสำคัญในการเลือกซื้อนอกจากเรื่องการกรองแสงของเลนส์
(ค่ามาตราฐานที่ยอมรับว่ากันแดดได้จริงคือ UV400 ก่อนซื้อลองเอาไปลองกับแดดบ้านเราเลย)
ซึ่งเป็นค่าคุณภาพเลนส์ที่สามารถปรับระดับการรับความเข้มข้นของแสงแล้วนั้น
สีสันรูปลักษณ์ของกรอบแว่นสำคัญไม่แพ้กัน เลือกซื้อให้เหมาะกับสไตล์ของแต่ละคน
ตามความเหมาะสมของใบหน้าสไตล์ความชอบและมิกซ์ให้เข้ากับสไตล์การแต่งตัว

หลังจากประชากรโลกตระหนักได้ถึงกระแส Eco หรือที่เรียกกันว่าแนวอนุรักษ์ธรรมชาติ
หลักการนี้ถูกดัดแปลงเข้ามาใช้ในทางการค้าเพื่อให้เข้ากับยุคสมัย
อุตสาหกรรมแว่นตาเป็นอีกหนึ่งสินค้าที่ถูกนำมาปรับเปลี่ยน
ให้เข้ากับกระแส Eco design for save the earth ของประชาคมโลก

ยิ่งในช่วงปีพ.ศ. 2553 ตลาดแว่นของไทยตอบรับการบุกเข้ามาของกรอบแว่นไม้สัญชาติญี่ปุ่น
เจเปนนีสสไตล์ ไม่ว่าจะเป็น Alias หรือ Sagawa Fujii หรือ Jins
กรอบแว่นไม้แฮนด์เมดผลิตจากไม้เนื้อแข็งจำพวก เมเปิ้ล โรสวูด วอลล์นัท และไม้โอ๊ค
เป็นไอเทมทางเลือกใหม่สำหรับหนุ่มสาวแว่นทั้งหลายเอย
ชนชาติญี่ปุ่นเป็นที่รู้กันอยู่ว่ามีความเป็นศิลปินและนักออกแบบสูง
งานที่นำเข้ามาละเอียดละออและราคาแรงอยู่ไม่ใช่น้อย
ถึงกระนั้นกระแสการตอบรับแบรนด์สัญชาติญี่ปุ่นก็ยังดีงาม
และในช่วงต่อมาปีพ.ศ. 2555 หนุ่มสาวแว่นไทยถูกรุกอีกครั้งด้วยกรอบแว่นสัญชาติเกาหลี
กังนัมสไตล์(+555) โคเรียสไตล์ เน้นรูปลักษณ์กรอบแว่นพลาสติกขาแว่นไม้
ตัวกรอบที่ไว้ใช้ใส่เลนส์ยังได้รับแรงบรรดาลใจมากจากกรอบแว่นสัญชาติอเมริกาและยุโรปเช่นเคย
โดยเพิ่มความพิเศษเป็นขาแว่นไม้ซึ่งเหล่านี้จะทำจากไม้ไผ่ ไม้อัดเม็ด
ลงมาแข่งขันฟาดฟันรับสัดส่วนแบ่งทางการตลอดกันไป
เรื่องตลกอย่างนึงคือ ไม่ว่าจะงานแบบไหน ใหม่ล่าสุดยังไง วัสดุจากซีกโลกไหน
พี่จีนเราทำได้หมดและราคาก็ถูกลงด้วย มันเป็นทั้งข้อดีและข้อเสียไปในตัว

ถึงกระนั้นพี่ไทยเราไม่นิ่งเฉยงัดกลเม็ดเด็ดในการยึดพื้นที่ทางการตลาดด้วยกรอบแว่นตาไม้
แบรนด์ไทยให้เราได้ภาคภูมิใจถึงความก้าวล้ำและดีไซน์จากคนชาติไทยเหมือนกันกับเรา
หนุ่มสาวแว่นทั้งหลายเอย ต่อไปนี้คือแบรน์กรอบแว่นตาไม้สัญชาติไทยที่น่าจับตามอง
และควรค่าแก่การนำเอามาเป็นไอเทมสามัญประจำกระเป๋าให้ได้ชิคตามไทยสไตล์รับหน้าร้อน
ใดใดเหล่านี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของเจ้าของบล็อคต่อการนำเสนอแฟชั่นในประเทศไทย
รับชมรับชิมได้เลยฮะ

1. Yuckube โดย Burgundy Dipper

แบนด์สัญชาติไทยมาแรงอันดับหนึ่งที่ขึ้นชื่อต้องยกให้กับแว่นกันแดดที่ถูกออกแบบมาจำกัดในแต่ละรุ่น
ซึ่งแต่ละตัวมีความโดดเด่นโฉบเฉี่ยวเฟี้ยวสมกับชื่อแบรนด์ยักคิ้วจริงๆ
ที่น่าจับตามองคือการออกแบบกรอบสีให้เข้ากันได้ดีโดนเด่นกับเลนส์ปรอทเคลือบสี
ตามกระแสเทรนแว่นกันแดดทั่วโลก ที่ให้ความสำคัญกับสีเคลือบเลนส์ที่สะท้อนออกมา
ไม่ใช่แค่เงาของวัสดุอย่างเดียวอีกต่อไป สีเงิน สีฟ้า สีแดง ชมพูถูกนำมาประยุกต์ใช้
ให้เป็นกฎเกณฑ์ใหม่ของแฟชั่นแว่นกันแดด แบรนด์นี้มีทั้งกรอบพลาสติกและกรอบไม้
ซึ่งให้ความสำคัญกับการนำเทรนด์แฟชั่น แฟชั่นนิสต้าต้องไม่พลาดที่จะทำความรู้จักกับยักคิ้วแบรนด์
รุ่น Lazor รุ่นเน้นเล่นสีเจ็บจี๊ดโดนใจกับสีเคลือบเลนส์ 
หรือจะเป็นรุ่น Noir ที่เน้นความโฉบเฉี่ยวสมาร์ท แอบหรูหราด้วยสีหมอกลายจุดดาวและรุ่นอื่นๆอีกมากมาย สามารถเข้าไปเลือกชม
สอบถามราคาได้ที่  https://www.facebook.com/Yuckube (คุณภาพและราคาจับต้องได้เหมาะกับวัยรุ่นสมัยนี้แน่นอน)

2. Jackagee

แบรนด์นี้ค่อนข้างได้ใจเจ้าของบล็อคมาก เนื่องจากการดีไซน์และคุณภาพงานที่เน้นคงสภาพเนื้อไม้
สัมผัสจริงของลายไม้ สีที่คงสภาพเดิมทุกประการ โดยคุมโทนตามคุณภาพและธรรมชาติตามชนิดไม้
รวมถึงการตั้งชื่อรุ่นตามธรรมชาติ รุ่น Ocean รุ่น Forest รุ่น Wind และอีกมากมาย
เป็นงานคุณภาพที่เน้นความละเอียดเช่นเดียวกัน ไม่แปลกใจที่จะเป็นแบรนด์ไทยชั้นนำแบรนด์หนึ่ง
ราคากับคุณภาพไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ยากที่จะยอมเสียเงินให้กับแว่นตาคุณภาพหนึ่งชิ้น
นอกจากนี้ยังมีชิ้นงานกระเป๋าใส่ของและกระเป๋าสตางค์หนังอีกด้วย
แนะนำสำหรับหนุ่มสาวแว่นชาวฮิปเตอร์ผู้รักธรรมชาติ เนื้อสัมผัสกลิ่นไม้ติดจมูกให้ได้ชื่นใจแน่นอน
ลิ้งค์ด้านล่างนี้สำหรับเข้าไปเลือกชมและพูดคุยกับเจ้าของสินค้าฮะ
https://www.facebook.com/Jackagee-Wallet

3. One eyed jacks

แบรนด์นี้เน้นงานละเอียดคุณภาพคับแก้วและราคาคับถ้วยเลยทีเดียว
เป็นงานสั่งทำชิ้นต่อชิ้น แต่สต็อกของก็มีให้ได้ซื้อรวดเร็วตามความสะดวกใจ
ไม้ที่ใช้เป็นไม้เนื้อแข็งขึ้นเงาเรียบเนียน เช่นไม้มะฮอกกานี เมเปิ้ล รวมถึงไม้ในไทย
เหมาะกับหนุ่มสาวแว่นชาวฮิปสเตอร์ที่รักและชื่นชอบของออริจินอลจากธรรมชาติเสียจริง
ยังคงสีธรรมชาติของไม้ไว้อย่างดั้งเดิมและเรียบง่าย รูปแบบและทรงมีหลากหลายให้ได้คัดสรรกัน
นอกจากนั้นยังมีเครื่องประดับทำมือแนวชนชาติชนพื้นเมืองต่างๆอีกด้วย คูลมากเลยทีเดียว
ศิลปินเจ้าของผลงานเป็นกันเองมากทีเดียว สนใจกรอบแว่นแนวไม้ดิบเชิญได้ที่ช่องทางด้านล่างนี้
https://www.facebook.com/OneEyedJacksStreetWoodenEyewear

4. Little Wood sunglasses

เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่ยังคงรูปแบบทรงของกรอบแว่นแนวยุโรป อเมริกาเช่นเคย
(ส่วนตัวชอบแบรนด์นี้เพราะโรงงานอยู่แถวสนามบินน้ำใกล้บ้านเจ้าของบล็อค)
เนื้องานละเอียดขึ้นเงาเหมาะที่จะโชว์ให้เห็นลายเส้นของไม้ที่ใช้ทำกรอบแว่น
และคุมโทนสีเนื้อไม้สวยงาม โดนน้ำได้ไม่ขึ้นรา ไม่พอง ไม่กรอบ ไม่เสียหาย
โดยแบรนด์นี้จะต้องสั่งทำล่วงหน้าก่อนจึงจะได้มาครอบครอง
แว่นมี 2 แนวคือแนวที่ทั้งตัวกรอบแว่นและขาเป็นไม้ทั้งหมด
และแนวตัวกรอบเป็นพลาสติกขาแว่นเป็นไม้
และยังสามารถสลักเป็นชื่อของตนเองได้อีกด้วย ราคาน่าชื่นชมเหมาะสมกับผลงานอีกแบรนด์หนึ่ง
สนใจคลิ๊กเข้าไปที่ลิ้งค์ด้านล่างเพื่อติดต่อจับจองกันได้เลย
https://www.facebook.com/little.wood.sunglasses

5. DECK Funglasses
แบรนด์แว่นตากันแดดแนวเฉี่ยวของเจ้าพ่อแร๊พเปอร์เมืองไทย Joey Boy
แบรนด์นี้เน้นสีสันที่ตัวกรอบแว่น ขาแว่น และตัวสีเคลือบเลนส์ สนุกตามคอนเซปของแบรนด์เลย
ตัวกรอบประยุกต์ทำมาจากไม้สเกตบอร์ด แนวคิดแหวกไม่เหมือนใครของเฮียโจอี้เขาเลย
สามารถเลือกสีเลือกแบบและสั่งทำได้เลย มีทั้งหมด 8 รุ่น
แต่นับว่าราคาสูงตามความแสบสันเลยทีเดียว อยู่ที่ 3000-5000 บาทโดยประมาณ
แถมยังเปิดตัวหน้าร้านที่สยามสแควร์ลองเดินไปเลือกซื้อเลือกชมกันได้
ช่องทางการเข้าถึงแว่นสุดเฟี้ยวนี้ http://www.deckthailand.com/

ทั้งหมดนี้เป็นสินค้าจากคนไทยทำ 100% เพื่อบุกเบิกแฟชั่นแว่นสายตาและแว่นกันแดดไทยสไตล์
ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมและการตอบรับในเมืองไทยเป็นอย่างดี
อีกทั้งเจ้าของบล็อคต้องการส่งเสริมและแนะนำสินค้าที่ทำโดยคนไทย จึงเป็นที่มาของบทความนี้
อีกหนึ่งอย่างที่อยากจะส่งท้าย..


แนะนำสีของไม้
สีแดงแก่ได้มาจากไม้มะฮอกกานี ไม้เรดวูด ไม้มะค่า
สีน้ำตาลแก่ได้มาจากไม้วอล์นัท ไม้เมเปิ้ล
และสีน้ำตาลอ่อน(สีเนื้อ) ได้มาจากไม้โอ๊ค ไม้วอล์นัท ไม้สัก
อาจเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ช่วยตัวสินใจเลือกชนิดไม้ได้

Tuesday, August 27, 2013

Movie Review: Any Day Now (2012) - USA

Any day now (2012): Nobody died but i cry. In 1970s, Gender discrimination is commonly found! 
Rudy and Paul are falling in love and have the secret relationship. 
Their relationship against with the family law. 
Rudy wants to adopt Macro who is the Junkie woman's son next door. 
Gay family can be treat a boy, that is a question for 1970s. 
Parent's identity have effected to adopted child or not? 
Macro is a retard boy but he can learn to love, care and adore. 
The end of this movie never ending. Prove it!!


ย้อนกลับไปในยุคปี 1970s Rudy นักแสดงลิปซิงค์โชว์ในบาร์เกย์ผู้ซึ่งเช่าห้องอยู่ติดกับ Macro 

เด็กหนุ่มวัยรุ่นดาวน์ซินโดรมที่าศัยอยู่กับแม่ขี้ยา Mariana 
การคบกันแบบเปิดเผยระหว่าง Rudy และ Paul ทนายผู้ต้องการโลกใบใหม่ไม่ง่ายเลย 
ทั้งเรื่องงาน เรื่องความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน และเรื่องชีวิตส่วนตัว 
การที่ Macro ถูกทิ้งไว้ในห้องเช่าภายหลังแม่ขี้ยาถูกจับเข้าคุก 
เป็นจุดเริ่มต้นของทุกสิ่งในการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งคำว่าครอบครัวใหม่ 
ระหว่างการดำเนินเรื่องช่วงแรกอิ่มเอมไปกับคำว่าครอบครัว
ซึ่งมี Rudy และ Paul คอยดูแลเอาใจใส่ Macro เหมือนลูกของพวกเค้าเอง 
แต่เป็นไปในเงื่อนไขของการปดปิดความสัมพันธ์ของกันและกันต่อสังคมภายนอก 
เพื่อไม่ให้ขัดต่อกฎหมายและจารีตของยุคนั้น

Macro เป็นเด็กผู้ชายที่สามารถรับรู้ทุกคำพูด ทุกสีหน้าท่าทางและอารมณ์ของคนรอบตัวเค้าได้ดี 
ส่วนจะเข้าอย่างลึกซึ้งหรือไม่นั้น ไม่มีการคาดเดาได้ 
แต่สิ่งหนึ่งซึ่งเห็นได้ชัดคือการรับความรู้สึกของ Rudy และ Paul ซึ่งคงไม่ต่างจากรักแบบไม่มีเงื่อนไข การถ่ายทอดอารมณ์ของ Rudy ต่อ Macro ทำให้คิดว่าพวกเขาเป็นครอบครัวเดียวกันได้อย่างเหลือเชื่อ
ลืมไปก่อนเรื่องเกย์ และเรื่องเด็กไอคิวต่ำ

สิ่งสำคัญที่เป็นตัวบ่งบอกได้ถึงความเป็นครอบครัวที่ดีที่สุดคือสายใยรักระหว่างคนในครอบครัว 
ความรักและการดูแลเอาใจใส่ โดยไม่มีข้อแม้ใดๆ 
ตุ๊กตาผู้หญิง ผู้ปกครองเกย์ เด็กชายดาวน์ซินโดรม IQ พันธุกรรม 
คงไม่ใช่สิ่งที่ต้องคำนึงถึงต่อการเป็นครอบครัวที่พร้อมจะรักและดูแลกันและกัน 
หากแต่สังคม กฏหมาย การแพทย์ก็ยังเข้าไปล้อมกรอบการเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์ (Perfect family)
โดยมิได้ตระหนักถึงความที่มันเป็นเพียงภาพมายา (Illusion) ของความเกลียดชัง
การต่อสู้ทางกฏหมายเริ่มต้นขึ้นเมื่อความสัมพันธ์ระหว่าง Rudy และ Paul ถูกเปิดโปง 
การดิ้นรนต่อสู้เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียครั้งนี้จึงเริ่มต้นขึ้น


ข้าพเจ้าเคยเข้าไปตอบคอมเม้นท์หนึ่งที่ถามว่า 
"ที่น่าสนใจคือ โตมาแล้ว จะเลือกเป็นเกย์เหมือนพ่อแม่หรือยังคงเป็นผู้ชายเหมือนเดิม" 
และ "แล้วสรุปลูกโตมาเป็นเพศที่สามรึเปล่าคะ?" 
คำตอบตอนนั้นคือ "ในเรื่องเด็กเป็นดาวน์ซินโดรมค่ะ เรื่องโครโมโซมเพศกะพัฒนาการทางสมอง
ก็น่าจะผิดปกติด้วย ส่งผลต่อการเรียนรู้และการฟอร์มเป็นบุคลิกภาพหลายๆอย่างค่ะ 
หนังน่าจะสื่อเรื่องความสุขของการเลี้ยงดู อยู่ด้วยกันมากกว่านะคะ" นี่คือสิ่งที่ข้าพเจ้ารู้สึกต่อหนัง


ถึงตอนนี้ข้าพเจ้าผิดอย่างนึงคือ เด็กดาวน์ซินโดรมมีพัฒนาการทางสมองในการเรียนรู้ที่ล่าช้าเท่านั้น 
เรื่องแรงขับทางเพศ (Sex drive) ยังคงมีอยู่ 
แต่ก็ขึ้นอยู่กับการถูกฝึกและพัฒนาให้เข้าใจและจัดการอารมณ์ที่เหมาะสม 
ในหนังข้าพเจ้ารู้สึกทึ่งในการแสดงออกของ Macro รับบทโดย Isaac Leyva 
กลับมาที่เรื่องการฟอร์มบุคลิกภาพ Macro ยังแต่งตัวเป็นผู้ชาย 
ลักษณะนิสัยหรือรสนิยมทางเพศหนังไม่ได้กล่าวถึง แต่มักจะติดตุ๊กตาผู้หญิงไว้กับตัวเสมอ 
ตุ๊กตาผู้หญิง (Doll) เป็นสัญลักษณ์แทนแม่ของ Macro 
เด็กยังไงก็ยังผูกพันกับคนที่คลอดตนเองออกมา และถึงแม้จะถูกเลี้ยงดูโดยไม่ใส่ใจ  
และแวดล้อมด้วยเพื่อนชายขี้ยาของแม่ ยาเสพย์ติด เพลงเฮฟวี่เมทัลร็อคหนักๆ 
และการไม่ได้รับการพัฒนาการศึกษาก็ตาม 
การกอด Doll จึงเป็นสิ่งที่ทำให้ Macro ผ่านพ้นแต่ละวันต่อโลกภายนอก
และความมืดภายในห้องบนเตียงของบ้านเลี้ยงเด็กฉุกเฉิน

ข้าพเจ้าเชื่อเสมอและตลอดเวลาว่าการเป็นครอบครัวคือการดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน 
ร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน เพื่อดำเนินไปถึงวาระสุดท้ายของชีวิต 
ไม่แปลกที่จะมีครอบครัวแบบใหม่เกิดขึ้น หญิง-ชาย เกย์-เกย์ เลส-เลส ตุ๊ด-ทอม FTM-MTF 
ครอบครัวเหล่านี้ประกอบขึ้นจากพื้นฐานความรักทั้งหมด 
การครอบคำว่าครอบครัวด้วยกฏหมายซึ่งปราศจากการมองภาพรวมและสิ่งใหม่ๆที่เกิดขึ้นในสังคม 
คือความล้มเหลวในการดูแลสิทธิของคนภายในประเทศ 
โลกใบนี้เปลี่ยนไปทุกวันๆ การยึดเหนี่ยวตัวเองไว้กับสิ่งหนึ่งคงไม่ใช่หลักของชีวิตมนุษย์สักเท่าใดนัก 
การที่มนุษย์มี Pre-frontal brain อาจเป็นสิ่งที่ตระหนักได้ว่าเราไม่ใช่ Sex machine 
การพัฒนาสังคมและโลกใบนี้น่าจะเป็นเหตุผลหลักของการมีสมองที่สัตว์อื่นๆยังไม่พัฒนาถึงขั้นนี้ได้
และยังทำให้เผ่าพันธุ์มนุษย์เป็นสายพันธุ์ที่ดูแลและขับเคลื่อนระบบนิเวศน์สิ่งต่างๆบนโลกใบนี้อยู่ได้ 
เชื่อในตนเอง เชื่อในความรัก และเชื่อเถอะว่าการเป็นครอบครัวไม่ได้หยุดอยู่เพียงชายและหญิงเท่านั้น
ความรัก ความเอาใจใส่ต่างหากที่หล่อหลอมความเป็นครอบครัวขึ้นมาได้อย่างสมบูรณ์

 ภาพประกอบภาพนี้จาก http://www.familleslgbt.org/youth.php?lang=en